ติดมุ้งลวด

ติดมุ้งลวดทั้งที ต้องดีไซน์ให้ฉลาด! เจาะลึกเทคนิค “Zoning” แบ่งโซนกันฝุ่น-รับลม ให้บ้านน่าอยู่ครบทุกมิติ

เคยเป็นไหมครับ? เวลาจะตัดสินใจ ติดมุ้งลวด ให้บ้านใหม่สักหลัง ก็เกิดอาการรักพี่เสียดายน้อง

ใจหนึ่งก็กลัวฝุ่น PM 2.5 อยากได้ มุ้งลวดกันฝุ่น แบบจัดเต็มเพื่อสุขภาพ แต่อีกใจก็เสียดายวิวสวนสวยๆ กลัวว่าติดมุ้งกันฝุ่นที่มีความละเอียดสูงแล้วลมจะไม่เข้า หรือมองวิวไม่ชัดเท่าที่ควร

ความจริงก็คือ… คุณไม่จำเป็นต้องเลือก “อย่างใดอย่างหนึ่ง” ให้กับบ้านทั้งหลังครับ!

ในวงการสถาปัตยกรรมยุคใหม่ มีแนวคิดที่เรียกว่า “Fenestration Zoning” หรือ การจัดโซนหน้าต่าง เพื่อเลือกใช้อุปกรณ์ให้เหมาะกับฟังก์ชันของห้องนั้นๆ วันนี้ผมจะพาไปดูเทคนิคการแบ่งโซนบ้านจาก VRPRO ว่าเราจะผสมผสาน มุ้งลวดกันฝุ่น และ มุ้งลวดเน้นวิว (ไร้เส้นคาด) อย่างไร ให้ได้ทั้งสุขภาพที่ดีและความสวยงามที่ลงตัวในงบประมาณที่คุ้มค่าครับ

ทำไม “มุ้งลวดแบบเดียวทั้งหลัง” ถึงอาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด?

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า “ทุกห้องในบ้าน มีหน้าที่ไม่เหมือนกัน”

  • ห้องนอน: เราใช้เวลา 6-8 ชั่วโมงในการนอนหลับ ร่างกายต้องการอากาศที่บริสุทธิ์ที่สุดเพื่อฟื้นฟู และเป็นห้องที่เรามักเปิดแอร์นอน
  • ห้องนั่งเล่น: เป็นหน้าเป็นตาของบ้าน เราต้องการความโปร่ง โล่ง สบายตา เชื่อมต่อกับธรรมชาติ (Biophilic Connection) และมักเปิดหน้าต่างรับลมในตอนกลางวัน

ถ้าเราติด มุ้งลวดกันฝุ่น ทั้งหลัง ข้อดีคือสะอาดแน่นอน แต่เราอาจสูญเสียความรู้สึกโปร่งโล่งในห้องนั่งเล่นไปบ้าง หรือถ้าเราติด มุ้งลวดทั่วไป ทั้งหลัง ห้องนั่งเล่นสวยจริง แต่ห้องนอนกลับกลายเป็นแหล่งสะสมฝุ่น PM 2.5 ที่ทำร้ายเราตอนหลับ

ดังนั้น “การแบ่งโซน” (Zoning) จึงเป็นทางออกที่ฉลาดที่สุดครับ

เจาะลึกกลยุทธ์ Zoning: ห้องไหนควรติดมุ้งลวดแบบไหน?

ทาง VRPRO ได้วิเคราะห์และแบ่งพื้นที่บ้านออกเป็น 2 โซนหลักๆ เพื่อให้คุณเลือก ติดตั้งมุ้งลวด ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ดังนี้ครับ

1. โซนกันฝุ่น (Dust Protection Zone): พื้นที่สุขภาพต้องปลอดภัย 100%

พื้นที่เป้าหมาย: ห้องนอน (Master Bedroom), ห้องนอนเด็ก, ห้องผู้สูงอายุ

โจทย์: ต้องการอากาศสะอาด ปลอดภัยจากสารก่อภูมิแพ้และ PM 2.5 เพราะเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายพักผ่อน

Solution: “มุ้งลวดกันฝุ่น Nanofiber”

นี่คือพื้นที่ที่คุณควรลงทุนกับนวัตกรรมกันฝุ่นครับ มุ้งลวด Nanofiber จะทำหน้าที่เสมือนเครื่องกรองอากาศด่านแรก กรองฝุ่นละอองขนาดเล็ก ควันจากท่อไอเสีย หรือละอองเกสรดอกไม้ ไม่ให้เข้ามาในห้องนอน แม้ว่าการระบายอากาศอาจจะน้อยกว่ามุ้งทั่วไปเล็กน้อย แต่ในห้องนอนที่เราเน้นความสะอาดและความเงียบสงบ (และมักเปิดแอร์ร่วมด้วย) การแลกมาด้วยอากาศที่บริสุทธิ์ถือว่าคุ้มค่ามากครับ

2. โซนรับลมชมวิว (Visual & Ventilation Zone): เชื่อมต่อธรรมชาติ ไร้สิ่งกีดขวาง

พื้นที่เป้าหมาย: ห้องนั่งเล่น (Living Room), ห้องทานอาหาร, โถงทางเดินที่เชื่อมสวน

โจทย์: ต้องการความสวยงาม วิวที่เคลียร์ใส ลมพัดผ่านสะดวก และไม่ต้องการให้มีเส้นสายมารกสายตา

Solution: “มุ้งลวดไร้เส้นคาด (Seamless Screen)”

ในโซนนี้ ความสวยงามคือหัวใจสำคัญครับ แนะนำให้เลือกใช้มุ้งลวดที่ใช้เฟรมแข็งแรงพิเศษ (เช่น เฟรม SM 1.5 หรือ SM 2.0 ของ VRPRO) ที่สามารถทำบานใหญ่ได้โดย ไม่มีเส้นคาดกลาง

มุ้งลวดประเภทนี้จะให้มุมมองแบบ Invisible มองออกไปเห็นต้นไม้ใบหญ้าได้ชัดเจนเหมือนไม่ได้ติดมุ้ง ลมธรรมชาติไหลเวียนเข้าบ้านได้เต็มที่ ช่วยลดความร้อนสะสมในตัวบ้าน ทำให้บ้านดู Luxury และน่าพักผ่อนตลอดทั้งวัน


ข้อดีของการติดมุ้งลวดแบบผสมผสาน (Hybrid Approach)

การใช้สูตร Zoning แบบนี้ มีข้อดีที่คุณอาจคาดไม่ถึงครับ:

  1. สุขภาพปอดปลอดภัย: พื้นที่เสี่ยงอย่างห้องนอนได้รับการปกป้องสูงสุด
  2. สุขภาพใจสดชื่น: พื้นที่พักผ่อนยังคงความโปร่งโล่ง ไม่อึดอัด ได้รับพลังงานบวกจากธรรมชาติ
  3. บริหารงบประมาณได้ฉลาดขึ้น: คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงเพื่อติดมุ้งกันฝุ่นทั้งหลังในจุดที่ไม่จำเป็น แต่สามารถจัดสรรงบไปลงในจุดที่สำคัญ และเลือกมุ้งลวดเน้นดีไซน์ในจุดที่ต้องการโชว์

สรุป: บ้านที่ดี คือบ้านที่ยืดหยุ่นตามไลฟ์สไตล์

หมดยุคของการเหมาติดมุ้งลวดแบบเดียวกันทั้งบ้านแล้วครับ การใส่ใจรายละเอียดเลือก มุ้งลวดหน้าต่าง ให้เหมาะกับแต่ละโซน คือเคล็ดลับที่จะทำให้บ้านของคุณสมบูรณ์แบบทั้งในแง่ฟังก์ชันและดีไซน์

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานของท่าน และการมอบบริการที่ดีที่สุดจากเรา กรุณากดยอมรับ คุณสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งานคุกกี้ของเราได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า